Ling 的个人资料(('3')) =L-I-N-G-ing= ((...照片日志列表更多 工具 帮助
2月25日

pls make me believe in Love once again.

 
 
 
Embedding a VDO is fun! You guys should try it.
 
This MV, called "Tur Kue Krai" (Who Are You?), is really moving. I first like the song because of its lyric. The song is about finding that someone who will one day share a sincere love with you for a lifetime, in good and bad times. The words are sad, but also beautifully written that the song keeps echoing in my head. 
 
I must admit. Keep getting hurt makes me feel so numb inside. I thought it's because I'm a grown-up and stop dreaming about that someone is part of growing up. But i was wrong. Once you've given up believing in anything, it'd be gone forever. And I am not ready to let it go yet.
 
So please let me believe in the destiny, and in the possibility to find that "true love" once again.
2月24日

Everyday is a happy day

วันดีดีมีได้ทุกวัน
 
     ขับรถไปทำงานทุกเช้า ทำไมตำรวจปล่อยรถช้าจัง ..หงุดหงิด..
          แต่ เอ๊ะ ยิ้มให้คนแจกบัตรจอดรถซะทีนึงดีกว่า เพราะเซ็งมาตลอดทั้งเช้าละปรากฏว่า ..เค้ายิ้มตอบ.. อืม ทุกอย่างเปลี่ยนไป
 
ออ เคยซื้อหนังสือ ชื่อ "Little Things make a BIG difference" ให้เป็นของขวัญวันเกิด (ปีที่เท่าไหร่ก้อไม่รู้ แหะ แหะ มันนานมาแล้วนั่นเอง)
 
         อะไรที่"ไม่ยิ่งใหญ่" แต่"จริงใจ"ที่จะทำ... เป็นของขวัญที่มีค่า แล้วหล่ะ
 
เมื่อวาน หม่าม๊าโทรเข้ามือถือมาตอนสี่โมงเย็น [กำลังโยนโบว์ลิ่งอยู่ที่ เมเจอร์ รัชโยธิน กับพี่ๆที่ทำงานอยู่ (เป็นคำสั่งนาย ให้ต้องไป ทั้งๆที่ไม่ค่อยมีใครอยากไป แต่จะบ่นไปทำไม เพราะยังงัยตังค์ก้อไม่ต้องออกเองซะหน่อย)] ม้าโทรมาบอกว่า เห็นเวลาแล้วนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้เมื่อ 23ปีที่แล้ว เจ็บท้องอยู่ เลยจะโทรมา แฮปปี้ เบิรธเดย์ซะหน่อย.. ระหว่างที่ฟัง เหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ แล้วน้ำก้อค่อยๆซึมออกมาจากเบ้าตา.. แค่momentนั้น momentเดียวนะ momentที่แม่ส่งเราออกมาดูโลก.. วินาทีนั้น มีค่า เท่ากับ สิ่งดีๆทั้งหมดที่เจอมาตลอด 23 ปี.. มันมีค่าจริงๆ
     กลับบ้านมากะว่า จะมากอดม้าซะหน่อย แต่ป๊าโทรมาตอนห้าทุ่ม บอกว่าหม่าม๊า อาเจียน+ท้องเสีย เพราะ อาหารเป็นพิษ กำลังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องห่วง.. ฝากให้กลับบ้านไปดูน้องด้วย... กลับบ้าน หลับเป็นตายเลย เพราะเหนื่อยมาทั้งวัน. 
 
อยากขอบคุณ ทุกคนที่ ส่งข้อความมา HBD.. รวมทั้ง อชิ กะ เพื่อนๆ trainee ด้วย (แวว วี พี่ฝน แอ๊มป์ กัน เล็ก ตือ) พี่ๆที่ CD-Finance (โยนโบว์ลิ่ง มันส์ดี ถ้าไม่ได้ล้างท่อ จนมากเกินไป) เพื่อนๆแก๊งค์ "single club"  (เราตั้งชื่อให้เอง.. เมื่อไหร่ จะขายๆออกไปซะที ซักคนก้อยังดี 55) มด ตา กาน อุ๋ม น้าชล แล้วก้อ เบน ที่บอกแฮปปี้ เบิรธเดย์มาสามรอบ.. เราได้รับพรจากพวกแกแล้วน้า.. ขอบคุนหลายๆ
 
ขอบคุนที่ทำให้ทุกวัน คือ วันดีๆ.. แค่นี้ ก้อ "เพียงพอ" แล้วแหละ  อิอิ.. (ขอพูดซะที)
 
  
2月19日

My Valentine

รู้ว่าวันวาเลนไทน์มันผ่าน มาตั้งหลายวันแล้ว แต่ก้อเอาเถอะเขียนถึงมันซะหน่อย.. อีกหนึ่งวันสำคัญที่ผ่านไปแบบไม่สำคัญเลยสำหรับเรา  

จะมีก้อแต่เรื่องพี่คนนั้น.. ที่อยู่ดีๆโทรมาให้เรางงๆอยู่พักนึงว่ามีเรื่องอะไรสำคัญอ๊ะป่าว (ก้อไม่ได้โทรคุยกันมาพักใหญ่แล้วนิ เค้านัดกันไปร้องเกะ ก้อไม่ไป เชอะ)  เฮ้อ.. ไม่ เข้าใจจริงๆนะเนี่ย ว่าที่โทรมาต้องการอะไร ช่วยบอกหน่อยได้มั๊ยว่าต้องการอะไร เพราะเราเองก้อไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าต้องการอะไร บอกมา จะได้เข้าใจ ยังงัยแล้วเราก้อไม่อยากจะเสียพี่ดีๆอย่างเค้าไป อ่ะ (หรือว่าเราจะพูดอะไรไม่เข้าหูเค้าแน่ๆเรย กำ)..

ขอพูดเรื่องเพลงบ้างดีกว่า เราเอาPlaylist มาแปะให้เพื่อนๆดูว่าตอนนี้เรากำลังอินกับเพลงรักๆที่กำลังเปิดกันเกร่อตามสถานีวิทยุมากแค่ไหน ก้อของเค้าดีจริงๆนี่นะ ฮอตฮิตติดชาร์ททั้งนั้นเรย.. อย่างเพลง "เปลี่ยน" ถึงมันจะเป็น เพลงเศร้า อกหัก แต่ให้ฟังกี่รอบเราก้อรู้สึกว่ามันเพราะที่สุดเลย.. เวลาที่เรารักใครแล้วมันต้องเหนื่อยอย่างในเพลง มันคงทรมาน เราคงอยากจะบอกตัวเองว่า พอเหอะ พอแล้วให้"เปลี่ยนใจรักใครคนใหม่ยังง่ายกว่า"

ท่อนนี้เลยทำให้นึกถึงคำถามที่ตอนเด็กๆ ชอบถามกันเองกับเพื่อนๆว่า ถ้าเลือกได้ เราจะเลือกคนที่เรารัก หรือ คนที่รักเรา แบบไหนจะดีกว่ากัน.. มาจนถึงตอนนี้ คำตอบเราก้อยังเหมือนเดิม เรายังเลือกรักคนที่เรารักอยู่ดี ถึงจะต้องทนเจ็บหน่อย แต่การที่จะไปรักคนที่เค้ารักเรา ทั้งๆที่เราไม่ได้มีใจให้ เหมือนกับเรากำลังหลอกทั้งตัวเอง หลอกทั้งคนที่เค้ารักเราอีกต่างหาก..

เพราะงั้นการจะเปลี่ยนใจไปรักใครคนใหม่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่พูดอ่ะ บางทีก้อต้องใช้เวลานานหน่อย ต้องทำตัวเนียนๆ ค่อยๆยอมรับความจริงว่า ถึงเป็นแค่เพื่อน ก้อยังดีกว่าไม่ได้เป็นอะไรกันเลย (ให้ถือคติว่า "กำขี้ดีกว่ากำตด" อ่ะ 55) พอเป็นเพื่อน เราก้อจะได้แสดงความเป็นห่วงเค้าได้แบบเพื่อนๆ บางทีมันอาจจะสบายใจกว่าก้อได้ เป็นแฟนเลิกกันไปอาจจะมองหน้ากันไม่ติด แต่ความเป็นเพื่อนมันน่าจะอยู่ได้นานกว่า

เหมือนกับที่ไข่ย้อยบอกดากานดา

ไข่ย้อย: "สิ่งนึงที่เหมือนจะอยู่ได้นานและไม่มีวันที่จะหายไปได้ ก็คือ การได้เป็นเพื่อนกับแก" 

Ling-ing   


2月5日

Today has been okay...

เคยเป็นกันบ้างมั๊ย? ที่ถึงแม้จะเป็นเวลากลางวัน แต่ฝันที่มีเมื่อคืนนี้ยังตามมากวนใจ กวนสมองให้คิดกลับไปกลับมา ทำให้เผลอสงสัยอยู่หลายครั้ง ว่า เอ๊ะ! นี่มันคือ.. ความฝัน หรือ เรื่องจริง? O_o

..//// 

Opening speech(ข้างบน).. เขียนไว้ซะเว่อร์เชียว :) แค่กำลังนึกถึงความฝันที่มีหลายๆคืนที่ผ่านมานิดหน่อย เราไม่รู้ควรจะเรียกว่า ฝันดี หรือ ฝันร้าย .. อืม คือเรื่องที่ฝันมันก้อเป็นเรื่องดีแหละ เรื่องที่ทำให้เราต้องยิ้มตลอดทั้งคืนเพราะกำลังจะสำลักความสุขตาย (มีความสุขก็เพราะ เราได้เจอคนๆนึงในฝันอ่ะนะ คริคริ) ^o^ แต่เรื่องมันเศร้าตรงที่มันเป็นแค่ความฝันเนี่ยดิ.. เฮ้อ.. ท่าจะเพ้อไปแล้วเรา ... (~.~)

ตอนนี้นอกจากเป็นหวัดงอมแงมแล้ว เรายังติด Grey's Anatomy (GA)งอมแงมอีกต่างหาก.. ตั้งแต่ไอ่ชงเอาSeason แรกมาแพร่เชื้อทิ้งไว้ให้บังเกิดความอยากดูต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆไปอีก จนวันนี้เราดูตามทันกับที่เค้าฉายจริงที่อเมกาแล้ว เย้~~ ผลจากการที่ติด GA คือทำให้วันๆไม่เป็นอันทำอะไรอย่างอื่นเลย ที่แพลนไว้ว่าจะออกไปซื้อของวันเสาร์อาทิตย์ ก้อไม่ได้ไป.. นี่ไม่มีชุดจะใส่ไปทำงานอยู่แล้ว หยั่งงี้จะไปโทษใครได้ละเนี่ย

แต่ยังงัย เราก้อขอ guarantee.. Grey's Anatomy is the most rocking series at the moment. (or at least the most addictive at the moment kor dai.. ) คือนอกจากเราจะดูแต่ละตอนของมันแล้วเนี่ย เรายังมาตามโหลดเพลงในแต่ละตอนอีก.. เพลงส่วนใหญ่จะออกแนวchill chillจัด แล้วก้อมาจากนักร้องno name ซะเป็นส่วนใหญ่. ไม่รู้สิ ชอบจัง

โอเค ดูหนัง ดูละคร แล้วจะไม่วกมาเขียนถึงชีวิตจริงได้งัย (จริงมะ)..  ในทีวี มันก้อเหมือนหยิบชีวิตคนมาถ่ายลงบนม้วนฟิลม์แล้วก้อเปิดฉายให้เราดู  ต่างก้อตรงที่ ชีวิตเราไม่มีปุ่มpause หรือ ปุ่มrewind ที่จะอนุญาตให้กลับไปแก้ไขอะไรก้อได้ในอดีต.. Every decision defies who you are, or the person you will become. แต่ก็ไม่มีใครห้ามเราได้หรอกนะ ถ้าเราคิดอยากจะแก้ไข ก็ให้เริ่มต้นจากเวลาปัจจุบันเป็นต้นไป ทุกอย่างยังเปลี่ยนได้เสมอ

แล้วก็เพราะชีวิตไม่มีจุดจบที่ตายตัว มันเลยเหมือนกับplotในหนังซีรี่ย์ ที่คนเขียนค่อยๆพัฒนาตัวละครแต่ละตัวตามเหตุการณ์ที่ตัวละครต้องเจอ ทำให้ตัวละครค่อยๆมีมิติ.. และตราบใดที่เรายังไปไม่ถึงตอนจบของเรื่อง ตราบใดที่เรื่องราวของวันพรุ่งนี้ยังขึ้นอยู่สิ่งที่เรากำลังจะทำในวันนี้หรือแม้แต่ขณะนี้ เมื่อนั้น ทุกอย่าง คือ ความเป็นไปได้. Life is full of possibility.

แต่ความเป็นไปได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีแต่ทางขึ้นอย่างเดียวหรอกนะ.. ทางลงต่ำมันก้อมีรอเราอยู่เหมือนกัน ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย"งัย ท่านคงไม่ได้หมายถึง การขับรถประมาท แล้วจะถึงแก่ความตายอย่างเดียวหรอกนะ.. ความประมาทในเรื่องใกล้ตัวก้อเป็นหนทางสู่ความหายนะในหลายๆแบบได้เหมือนกัน อย่างเช่น ประมาทในเรื่องการกิน ประมาทในเรื่องการพักผ่อนนอนหลับ ก้อทำให้สุขภาพเสื่อมโทรมวันละนิด.. ประมาทในเรื่องการพูดจา ไม่ระวังคำพูด ก้ออาจจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เราเองก้อคาดไม่ถึงได้เหมือนกัน (ที่ยกตัวอย่างพวกนี้มา ก็เพื่อเตือนตัวเองทั้งนั้น

เพราะงั้นถ้าได้โอกาสที่จะแก้ไขตัดสินใจใหม่แล้ว ยังจะอุตส่าห์เลือกทางผิดอยู่อีก อย่างนี้ก้อสมควรเรียกว่า "สอนไม่จำ"แล้วหล่ะ

Ling-ing